|
พบว่าเมื่อแยกสารสกัดด้วยน้ำของเห็ดหลินจือออกเป็น
2 ส่วนคือ
สารสกัดส่วนที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูง(HMF)
และสารสกัดส่วนที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ
(LMF)
เมื่อนำไปทดสอบผลการยับยั้งการทำลายเซลล์ของ HIV 1 ใน human T lymphoblastold cell line (CEM)
พบว่าสารสกัดที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ
(LMF)
มีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อ HIV –1
ได้ผลดีโดยป้องกันเซลล์ไม่ให้ถูกทำลายในช่วงแบ่งตัวของไวรัส
และไม่เป็นพิษต่อเซลล์
(7) นอกจากนี้ยังพบสาร lanostane-type triterpenes อีก 2 ชนิด คือ lucidumal A และ ganoderic acid beta
ซึ่งได้จากสปอร์ของเห็ดหลินจือ
มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์
protease ของ HIV-1 โดยมีค่า IC 50
m M (6)
และยังพบอีกว่าในเห็ดหลินจือ
ยังมีสารสำคัญที่ช่วยในการ
เพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายและรักษาอาการภูมิแพ้
ตุ่มคันตามผิวหนังดังนี้
1.
การเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย สารสำคัญดังกล่าวมีชื่อว่า
เบต้าดีกลูแคน (Beta-D-Glucan)และ
โพลีเซ็คคาร์ไรด์
(Polysaccharide) อื่นๆ
ซึ่งสารเหล่านี้จะทำหน้าที่กระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิด
บี-เซลล์ (B-Cells) และ ที-เซลล์
(T-Cells)
ทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของสาร อิมมูโนโกลบูลิน
(Immunoglobulin)และสารอินเตอร์ลิวคิน
(lnterleukin )
มีผลในการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันโรค
(lmmunomodulation)เมื่อทำการทดลองในสัตว์ก็
พบว่าความสามารถในการปรับปรุงระบบภูมิคุ้มกันนี้
มีผลต่อเนื่องในการต่อต้านสารแพ้( Antiallergy )
และการต่อต้านเชื้อไวรัส
(Antivirus )
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลทางการแพทย์ในปี
พ.ศ. 2533
คณะแพทย์ไทยจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
ได้รายงานผลการวิจัยการใช้เห็ดหลินจือที่ได้ผลในการเพิ่มภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยโรคเอดส์
ในที่ประชุมโรคเอดส์นานาชาติครั้งที่
8
ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองอัมสเตอร์ดัมประเทศเนเธอร์แลนด์
(8)
2.
ป้องกันและรักษาอาการภูมิแพ้
ตุ่มผื่นคันตามผิวหนังพบว่าภายในเห็ดหลินจือมี
กรดการ์โนเดริค(Ganoderic) C1,
C2, D–K, R- Z) กรดไขมันชนิดโอเลอิค
(Oleic acid ) และ
สารไซโคลอ๊อกต้าซัลเฟอร์(Cycloooctasulfur
)
เป็นตัวยับยั้งการหลั่งของสารฮีสตามิน
( Histamina – Release inhition activity )
ที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้
(8) |