| |
ทุกครั้งที่ดิฉันมีโอกาสไปพูดเรื่องโรคเอดส์ดิฉันจะบอกกับทุกคนว่า
“ขอบคุณที่ติดเอดส์" เพราะเอดส์ ทำให้ฉันเห็นคุณค่าของชีวิต
และถ้าไม่ใช่เพราะเอดส์ ดิฉันคงไม่มีโอกาส
หรืออาจไม่ได้คิดจะมาทำงานที่เป็นประโยชน์ให้แก่สังคม
อย่างงานที่ดิฉันทำอยู่ทุกวันนี้มันเป็นงานช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอดส์ด้วยกัน
ซึ่งดิฉันได้อุทิศชีวิตให้แก่งานตรงนี้
ถึงแม้อาจเหลือเวลาให้ดิฉันเพียงน้อยนิด
แต่ดิฉันก็ภูมิใจที่ได้ทำงานที่ดิฉันรัก |
|
| |
|
|
 |
| |
ปี พ.ศ. 2532
สามีของดิฉันป่วยมีตุ่มขึ้นที่บนใบหน้าเป็นเม็ดๆ
แพทย์สงสัยว่าจะติดเชื้อเอดส์ จึงถามสามีดิฉันว่า
อยากจะตรวจเลือดหรือไม่ เขาตอบว่าอยากตรวจ
แต่ก่อนแพทย์จะตรวจเลือดแพทย์จะให้คำปรึกษาเพื่อให้เตรียมใจก่อน
ประมาณ 1 ชม. ว่าสามารถทำใจยอมรับได้หรือไม่
ถ้าแพทย์พิจารณาดูแล้วสามารถยอมรับได้จึงจะเจาะเลือดไปตรวจ
สามีดิฉันได้รับการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาเชื้อ HIV
จากนั้นแพทย์บอกให้สามีดิฉันกลับมาฟังผลในอีกหนึ่งสัปดาห์
เมื่อกลับมาถึงบ้าน
สามีดิฉันก็ยังทำใจไม่ได้ แม้จะได้รับคำปรึกษาอย่างดีจากแพทย์
“เขาบอกกับดิฉันว่าถ้าเขาติดเอดส์เขาจะฆ่าตัวตาย”
ดิฉันบอกเขาว่า ดิฉันเป็นเด็กขี้โรคมาแต่กำเนิด
เป็นเด็กอ่อนแอเป็นมาแล้วเกือบทุกโรค จนชาวบ้านพูดกันว่า
ดิฉันเป็น “วันละโรค” (วันละ 1 โรค)
พ่อแม่พี่น้องของดิฉันต่างลงความเห็นกันว่าดิฉันคงอายุไม่ยืน
ซึ่งดินฉันก็ไม่ได้ตกใจอะไร และไม่แปลกใจเท่าใดนัก
เพราะเมื่อตนเองเคยเป็นมาแล้วเกือบทุกโรค
ถ้าจะติดโรคเอดส์จากสามีอีกสัก 1 โรค ก็ไม่น่าจะยกเว้น
ดิฉันได้เตือนสติเขาต่อไปอีกว่า
คนขี้โรคอย่างดิฉันเขายังกล้าตัดสินใจแต่งงานด้วย
ทั้งที่ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าดิฉันจะมีชีวิตอยู่ได้กี่ปี่
เขาแต่งงานกับดิฉันเพราะรักดิฉันมิใช่หรือ
ถ้าเขารักดิฉันจริงน่าจะต่อสู้ชีวิตด้วยกัน
ไม่ใช่มาด่วนตัดช่องน้อยแต่พอตัว
ปล่อยให้ดิฉันต้องต่อสู้ชีวิตแต่เพียงลำพังได้อย่างไร
เมื่อมันมาถึงตรงนี้แล้วเราต้องสู้ด้วยกัน
เพราะในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่มีคุณค่าเกินกว่าจะฆ่าตัวตาย
เมื่อถึงวันที่แพทย์นัดฟังผลเลือดแพทย์ได้แจ้งให้ทราบว่าเลือดของสามีดิฉันเป็นบวก
ดูเขาไม่ตกใจอะไรมากนักเชื่อว่าเขาคงเตรียมใจมาแล้ว
แพทย์ถามดิฉันว่า คิดว่าตัวเองติดเชื้อหรือไม่ “ติดแน่”
ดิฉันตอบโดยเร็ว เพราะดิฉันเป็นคนอ่อนแอมาแต่เด็ก
ดิฉันขอให้แพทย์ใช้วิธีเจาะตรวจเลือดเพื่อรู้ผลแบบรวดเร็ว
เวลาผ่านไปประมาณ
หนึ่งชั่วโมงผลออกมาเป็นเลือดบวกอย่างที่คาดไว้ |
|
| |
|
|
 |
| |
คุณพ่อดิฉันเป็นประธาน อาสาสมัครประจำตำบล
ทำให้ดิฉันได้รับความรู้เรื่องโรคภัยไข้เจ็บ
และการดูแลรักษาสุขภาพขั้นพื้นฐาน
แต่คงด้วยความประมาทของตัวดิฉันเอง “ก่อนแต่งงาน
คุณพ่อบอกให้สามีดิฉันไปตรวจเลือดก่อนแต่งงาน”
สามีดิฉันก็ไม่ได้ไป ดิฉันเชื่อว่าสามีคงไม่เป็นไร”
มันเป็นความประมาทที่ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้
และทุกครั้งที่ดิฉันได้มีโอกาสพูดเรื่องเอดส์กับใครหรือในวันที่เป็นวิทยากรบรรยาย
ดิฉันจะไม่ลืมเล่าเรื่องความประมาทที่ตัวเองได้รับทุกวันนี้
เพื่อเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนทั่วไปให้เข้าใจว่า “แม้เราจะรักเขาสักเพียงใด
เราก็ไม่สามารถทราบได้ว่า คนที่เรารักนั้น
ก่อนที่เขาจะมาแต่งงานกับเรา เขาอาจได้รับเชื้อมาแล้วก็ได้”
|
|
 |
| |
มีคนถามดิฉันบ่อยสำหรับประโยคนี้
ขอเรียนตามตรงว่า “ดิฉันไม่นึกโกรธสามีเลย”
ด้วยความจริงใจ
เพราะแค่เขารู้ว่าตัวเองติดเอดส์
เขาก็เสียใจมากพอแล้ว
ทำไมดิฉันจะต้องไปซ้ำเติมเขาอีก
ไปด่าว่าเขา ไปโทษเขา
ไปทำร้ายจิตใจเขา
มันก็คงไม่ได้ช่วยทั้งตัวเขา
และ ดิฉันให้ดีขึ้นมาได้ ตรงจุดนี้ดิฉันอยากให้เป็นอุทาหรณ์
สำหรับผู้ที่คิดจะแต่งงาน
“ก่อนแต่งงานควรเตรียมตัวให้ดี”
เจาะเลือดก่อนแต่งนั้นแหละ
ถูกต้องที่สุด |
|
| |
|
|
| |
 |
|