|
โรคเอดส์สามารถรักษาได้ แต่ไม่หายขาด ปัจจุบันถือเป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับโรคเบาหวาน, โรคหัวใจซึ่งสามารถควบคุมได้โดยการใช้ยา ดังนั้นผู้ที่รู้ว่าตัวเองติดเอดส์ไม่ต้องตกใจอีกต่อไปขอเพียงรู้จักวิธีควบคุมอาการของโรคไว้ ผู้ที่ติดเอดส์ก็สามารถมีชีวิตเหมือนคนปกติเหมือนคนทั่วไป 2. ยาที่ใช้รักษาและควบคุมโรคเอดส์มีกี่ประเภท ? ในทางเภสัชยาจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ยาแผนปัจจุบันกับยาสมุนไพร ซึ่งตัวยาทั้ง 2 ชนิดต่างก็ได้ชื่อว่าเป็นยาใช้รักษาโรคได้เหมือนกัน ปัจจุบันยังไม่มียาชนิดใดรักษาโรคเอดส์ให้หายขาดได้ 3. การควบคุมโรคต้องใช้ยาอะไรบ้าง? ในทางการแพทย์ได้แบ่งตัวยาที่ใช้ควบคุมโรคเอดส์ไว้3 กลุ่มดังนี้
4. ยาต้านเชื้อไวรัส HIV มีอะไรบ้าง ?
5. สมุนไพรช่วยผู้ติดเอดส์ได้อย่างไร ? สมุนไพรช่วยผู้ติดเชื้อเอดส์ได้ และใช้ได้ดีมากในโรคเรื้อรังทุกชนิด เพราะต้องกินยากันไปตลอดชีวิต เนื่องจาก สมุนไพรจะไม่มีฤทธิ์ตกค้างหรือผลข้างเคียงต่อร่างกาย ต่างกับยาแผนปัจจุบันซึ่งทำมาจากสารเคมี ในผู้ป่วยที่เป็นโรค เรื้อรัง หากใช้ยาติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนาน อาจมีการสะสมอยู่ในร่างกายมากจนเกิดอันตรายต่อผู้ใช้ยาได้ ตัวอย่างเช่น ในผู้ป่วยด้วยโรคเอดส์มักจะเป็นไข้เรื้อรังทุกวัน ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่จะกินยาลดไข้ทุกวัน ซึ่งถ้ากินติดต่อกัน มากกว่า 2 สัปดาห์ก็จะเป็นพิษต่อตับ ส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมามากมาย แต่หากผู้ติดเชื้อใช้สมุนไพรที่มี ฤทธิ์ในการลดไข้ได้ดี เช่น ลูกใต้ใบ, ฟ้าทะลายโจร แทนการใช้ยาแผนปัจจุบันจะปลอดภัยกว่า เพราะนอกจากจะช่วย ลดไข้ได้ดีแล้ว สมุนไพรลูกใต้ใบมีฤทธิ์ที่ช่วยบำรุงตับได้อีกด้วย สรุปข้อดีของสมุนไพร คือ
นอกจากนี้ยังพบอีกว่าสมุนไพรดังกล่าวนี้ ยังแสดงฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ HIV ได้ ในขั้นของห้องทดลอง ANTI HIV (AIDS) HERBS ขณะนี้กำลังทดลองทางคลีนิคอยู่ 6. ยาแผนปัจจุบัน กับยาสมุนไพร ควรเลือกใช้อย่างไหน ? การกินยาสำหรับผู้ติดเชื้อเอดส์อาจแบ่งได้เป็น 3 กรณี คือ
ในผู้ที่ติดเชื้อ HIV ต้องเข้าใจด้วยว่า โรคเอดส์คือโรคเรื้อรังชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับโรคเบาหวานที่ต้องกินยา ควบคุมอาการไปตลอดชีวิต แต่ถ้าผู้ติดเชื้อเอดส์ไม่กินยาเลย หรือไม่กินยาอย่างต่อเนื่องโดยปล่อยให้เกิดโรคแทรกซ้อนแล้ว ค่อยมาทำการรักษาภายหลัง เมื่อถึงเวลานั้นคนที่เดือดร้อนก็คือ ตัวเราและครอบครัวของเรา ดังนั้นพอจะสรุปได้ว่าการกินยาก็ คือ “การป้องกันไว้ดีกว่าแก้” นั้นเอง 8. ผู้ติดเชื้อต้องกินยาไปตลอดชีวิตใช่หรือไม่ ? เป็นความจริงที่ผู้ติดเชื้อต้องกินยาไปตลอดชีวิต และเป็นความจำเป็นที่ต้องยอมรับกัน แต่อย่าได้ท้อใจ เพราะยังมีผู้ป่วย ด้วยโรคอื่น ๆ อีกมาก ที่ต้องกินยาไปตลอดชีวิตเหมือนกัน เช่น ผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวาน, โรคหัวใจ, และโรคมะเร็ง 9. ในอนาคตจะมียาที่สามารถ รักษาให้หายขาดได้หรือไม่ ? เป็นไปได้ ถึงแม้เชื้อไวรัสเอดส์จะมีการพัฒนาสูงที่สุดในบรรดาไวรัสทั้งหลายในโลก แต่ก็จะไม่เกินความสามารถของ มนุษย์ในการที่จะเอาชนะมันได้ |